สมัครสโบเบท Toyota Thai League Match of The Week 20 : การท่าเรือ 3-2 บีจีเอฟซี

สมัครสโบเบท

สิงห์เจ้าท่า ที่ได้เปรียบทั้งตัวผู้เล่น และสกอร์ เกือบซ่าไม่ออก เมื่อเจอ บลูแมชชีน 10 คนเดินเครื่องใส่ จนต้องลุ้นถึงวินาทีสุดท้าย
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

สมัครสโบเบท Toyota
#1 นาวาอากาศโท ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน (ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย, โตโยต้า ฟุตบอล แอมบาสเดอร์)
“เป็นเกมที่มีหลากหลายประเด็นให้พูดถึง ไล่มาตั้งแต่ เทคโนโลยี VAR ที่ถูกนำมาไขคดีในจังหวะปัญหาของเกม การชิงไหวชิงพริบของผู้เล่นทั้งสองทีม รวมถึงรูปเกมที่สนุกกว่าคาคดิดในครึ่งหลัง

ต้องชม แท็คติกและหมากที่ การท่าเรือ วางไว้ในครึ่งแรก สามารถจัดการ บีจีเอฟซี ได้อยู่หมัด โดยเฉพาะการปรับแท็คติก วาง นูรูล และ ซัวเรส ยืนกองหน้าคู่ คอยใช้ความเร็วฉีกกองหลังบีจี ที่มีปัญหาเรื่องปสีด โดยให้ บดินทร์ ลากเลื้อยทำลายเกมริมเส้นอีกแรง จนสามารถเล่นงาน บลูแมชชีน ให้เสียถึง 2 ประตู และ 1 ใบแดง ใน 45 นาทีแรก

แต่ครึ่งหลังกลับเป็น หนังคนละม้วน การท่าเรือ ที่มีผู้เล่นมากกว่า สกอร์นำถึง 2 ประตู ดันไม่สามารถปิดเกม หรือครองเกมได้

แถมจ่ายเสียอยู่หลายหนในจังหวะโต้กลับ และแนวรับไม่สามารถป้องกันลูกกลางอากาศของ บีจีเอฟซี ได้เลย จนปลุกความหวังให้กับทีมเยือน ที่ครึ่งหลังเล่นด้วยวินัย และเพรสซิ่งกดดันท่าเรือ ชนิดที่มองผิวเผินแทบไม่รู้สึกว่าตัวผู้เล่นน้อยกว่าเลย

จนคิดไม่ออกเหมือนกันว่า หากไม่มีฟรีคิกสุดเด็ดขาดของ เซร์คิโอ ซัวเรส ผลการแข่งขันนัดนี้จะออกมาอย่างไร จัดว่าเป็นเกมที่สู้กันได้สนุกกว่าคิด และทำเอากองเชียร์ต้องลุ้นจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บเลยทีเดียว”

ธีรโชติ หล่อจีรานนท์
#2 ธีรโชติ หล่อจีรานนท์ (ผู้สื่้อข่าวฟุตบอลไทย โกล ประเทศไทย)
“เกมระหว่างสองทีมใหญ่ในไทยลีก ที่สถานการณ์ในปีนี้แตกต่างกันเหลือเกิน ทีมหนึ่งอยู่ในกลุ่มหัวตาราง ขณะที่อีกทีมต้องหนีตายอยู่ในโซนตกชั้น

เป็นเกมที่มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ในเกม จังหวะใบแดง รวมถึงการใช้ VAR เข้ามาช่วยตัดสินถึง 2 ครั้ง ซึ่งเราก็จะเห็นถึงทั้ง ข้อดีและข้อเสียของระบบนี้ ก็ถือว่ายังเป็นสิ่งที่ต้องปรับใช้ในไทยลีกกันต่อไป

เกมนี้ต้องชมเกมรุกของเจ้าบ้าน ที่ถึงแม้จะขาดตัวจบสกอร์อย่าง ดราแกน บอสโควิช ไป แต่ดูเหมือนไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับทีมเลย เมื่อแนวรุกตัวอื่นอย่าง เซร์คิโอ ซัวเรส, นูรูล ศรียานเก็ม และบดินทร์ ผาลา ยังทำผลงานกันได้ยอดเยี่ยม สร้างโอกาสในการทำประตูได้หลายครั้ง

โดยเฉพาะในครึ่งแรกตั้งแต่ช่วงต้นเกม รวมถึงจังหวะจุดโทษหลังการที่ผู้ตัดสินได้ดู VAR ถึงแม้จะพลาดจุดโทษไป แต่สุดท้ายก็ยังสามารถทำประตูได้อยู่ดี

ขณะที่ทีมเยือน ดูเหมือนว่ายังเชื่อมเกมกันไม่ค่อยติด แถมการที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนก่อนหมดครึ่งแรก ยิ่งทำให้สถานการณ์มันยากขึ้นไปอีก แม้ครึ่งหลังจะได้ประตูเร็ว แต่ก็โดนทิ้งห่างออกไปอยู่ดี สุดท้ายต้องเปลี่ยนดาวิด บาลา ผู้เล่นใหม่ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ลงมา ก็มาทำประตูไล่มาได้จากลูกกลางอากาศ แต่ด้วยรูปเกมสุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน จบลงด้วยสกอร์ 3-2 ทำให้บีจีก็ยังจมอยู่ในโซนตกชั้นต่อไป

ทั้ง 2 ทีมยังมีจุดที่ยังต้องปรับแก้ไข โดยเฉพาะฝั่งบีจีเอฟซี ที่น่าจะต้องปรับในส่วนของเกมรับที่ยังเสียประตูง่าย แต่เชื่อว่าด้วยตัวผู้เล่นและทีมที่ค่อนข้างมีคุณภาพ ก็คงต้องพยายามเก็บแต้มให้ได้มากกว่านี้ เพื่อให้อยู่รอดในไทยลีกต่อไปครับ”

ขจรยศ โชคธนเศรษฐ์
#3 ขจรยศ โชคธนเศรษฐ์ (คอลัมนิสต์ฟุตบอลอิสระ, เจ้าของเพจ “จอน”)
“เป็นเกมที่ได้มองเห็นอะไรหลายอย่างบนชัยชนะของการท่าเรือ”

“การท่าเรือเกือบได้ประตูออกนำเร็วจากลูกจุดโทษ แต่ยิงไม่เข้า ทว่าด้วยความผิดพลาดในแนวรับอีกแล้วของ บางกอกกล๊าส ก็ทำให้พวกเขาต้องเสียประตูแรกจนได้ แถมยังต้องมาเสียตัวผู้เล่น พร้อมกับเสียประตูที่สองก่อนหมดครึ่งแรก”

“ซี่งทำให้เกมมันแตกต่างทันที และนี่คือครึ่งแรกที่มองให้เห็นภาพรวมแห่งความผิดพลาดของบีจี จนทำให้พวกเขาต้องจมท้ายตารางในตอนนี้”

“ครึ่งหลัง บีจี ตั้งหน้าตั้งตาบุกแลก ชวนทะเลาะ เพื่อหวัง 1 แต้มที่ค่อนข้างริบหรี่ ซึ่งก็ทำได้ดีมากๆ แม้จะเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า จนยิงได้ถึง 2 ประตู แต่ก็เสียไปหนึ่งประตูให้กับ การท่าเรือ”

“ซึ่งความใจไม่นิ่ง ไม่เหี้ยมพอ ไม่ปิดเกม หลวมตัวไปกับการชวนทะเลาะของบีจี นั่นก็ทำให้เรามองเห็นว่า ทำไม การท่าเรือในซีซั่นนี้ ถึงยิงเยอะ เสียเยอะ และไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมหัวตารางได้สักที”